อินโดฯติดโควิดพุ่งสูงสุดในรอบเกือบ 4 เดือน หวั่น “เชื้อเดลตา”

ผู้ป่วยโควิด-19 รายวันของอินโดนีเซีย พุ่งเป็นสถิติสูงสุดนับตั้งแต่ปลายเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นผลจากการเคลื่อนย้ายของประชาชนในช่วงเดือนรอมฎอน ด้านผู้เชี่ยวชาญเรียกร้อง “เพิ่มความสำคัญ” กับเชื้อกลายพันธุ์จากอินเดีย

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 11 มิ.ย.ว่ากระทรวงสาธารณสุขของอินโดนีเซียรายงานผู้ป่วยยืนยันจากโรคโควิด-19 ในรอบ 24 ชั่วโมงล่าสุด จนถึงเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา 8,892 คน เป็นสถิติรายวันสูงสุดตั้งแต่วันที่ 23 ก.พ.ที่ผ่านมา ทำให้สถิติผู้ติดเชื้อสะสมของอินโดนีเซียใกล้ผ่านหลัก 1.9 ล้านคนแล้ว มากที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
  
ปัจจุบัน อินโดนีเซียยังคงมีผู้ป่วยโรคโควิด-19 ต้องรักษาตัวอยู่ในระบบอีกประมาณ 104,600 คน ขณะที่สถิติสะสมของผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็นอย่างน้อย 52,373 ราย มากที่สุดในภูมิภาคเช่นกัน โดยเพิ่มขึ้น 211 ราย เมื่อวันพฤหัสบดี
 
ทั้งนี้ หน่วยงานสาธารณสุขของอินโดนีเซียจับตาด้วยความวิตกกังวล ต่อการที่แนวโน้มพบผู้ป่วยบนเกาะขนาดใหญ่ที่สุด 2 แห่งของประเทศเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง คือเกาะชวาและเกาะสุมาตรา ซึ่งเป็นผลจากการที่ประชาชนยังคงเดินทางข้ามจังหวัดและข้ามเกาะกันอย่างมากในช่วงเดือนรอมฎอน แม้รัฐบาลมีคำสั่งห้าม โดยอัตราการพบผู้ติดเชื้อที่จังหวัดรีเยา บนเกาะสุมาตรา สูงถึง 35.8% เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว จำนวนผู้ป่วยรายวันเฉลี่ยเมื่อกลางเดือน พ.ค. อยู่ที่ประมาณ 800 คน เพิ่มขึ้นมากกว่า 2 เท่าจากเมื่อเดือน เม.ย.
 
ขณะเดียวกัน ผู้เชี่ยวชาญด้านระบาดวิทยาเรียกร้องเป็นเสียงเดียวกัน ให้รัฐบาลอินโดนีเซียเพิ่มการจับตาเชื้อกลายพันธุ์ “เดลตา” ที่พบครั้งแรกในอินเดีย เนื่องจากเป็นเชื้อที่สามารถแพร่กระจายได้รวดเร็ว และส่งผลให้เกิดอาการป่วยหนัก โดยมีการคาดการณ์ว่า เชื้อเดลตาอยู่ในขั้น “เริ่มแพร่ระบาด” ในอินโดนีเซีย

Related Post

ยอดป่วยโควิดสหรัฐฯ พุ่ง กลุ่มคนไม่ฉีดวัคซีนเสี่ยงสูง พบโควิดเดลตาระบาดในหลายรัฐยอดป่วยโควิดสหรัฐฯ พุ่ง กลุ่มคนไม่ฉีดวัคซีนเสี่ยงสูง พบโควิดเดลตาระบาดในหลายรัฐ

ยอดป่วยโควิดสหรัฐฯ พุ่งในกลุ่มคนที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีน ใน 50 รัฐทั่วประเทศ ตัวเลขที่พุ่งสูงขึ้นถูกยกให้เป็น “การแพร่ระบาดของผู้ที่ไม่ฉีดวัคซีน” ประชาชนอาจต้องกลับมาใส่หน้ากากอนามัยอย่างเคร่งครัดกันอีกรอบ

แคนาดาอ่วมอุณหภูมิพุ่ง 49 องศา ตายเกือบ 500 ศพแคนาดาอ่วมอุณหภูมิพุ่ง 49 องศา ตายเกือบ 500 ศพ

คลื่นความร้อนแคนาดา ร้อนทะลุ 49 องศาคร่าชีวิต เกือบ 500 ศพ ขณะที่ทางการต้องเร่งอพยพประชาชนนับพันหนีไฟป่าที่ลามเป็นวงกว้าง คลื่นความร้อนครั้งประวัติศาสตร์ ที่เข้าปกคลุมทั้งแคนาดาและสหรัฐฯ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตในภาคตะวันตกของสหรัฐฯ แล้วราว 100 ศพ และมีผู้เสียชีวิตทั้งในบริติชโคลัมเบีย และแคนาดาอีกเกือบ 500 ศพ ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มผู้สูงอายุ ซึ่งยังอยู่ในระหว่างการตรวจสอบสาเหตุว่าเกิดจากอากาศร้อนจัดโดยตรงหรือไม่

วัยรุ่นใช้เวลาหกปีในการขุดบ้านใต้ดินในสวนหลังทะเลาะกับพ่อแม่วัยรุ่นใช้เวลาหกปีในการขุดบ้านใต้ดินในสวนหลังทะเลาะกับพ่อแม่

Andres Canto เริ่มขุดหลุมในสวนหลังบ้านของเขาด้วยความโกรธเมื่อเขาอายุ 14 ปีและหกปีต่อมามันก็กลายเป็นที่พักพิงที่ประกอบด้วยห้องนั่งเล่นและห้องนอนเกือบ 10 ฟุตใต้พื้นผิว